<body><script type="text/javascript"> function setAttributeOnload(object, attribute, val) { if(window.addEventListener) { window.addEventListener("load", function(){ object[attribute] = val; }, false); } else { window.attachEvent('onload', function(){ object[attribute] = val; }); } } </script> <iframe src="http://www.blogger.com/navbar.g?targetBlogID=9373190&amp;blogName=Chow+Crave&amp;publishMode=PUBLISH_MODE_BLOGSPOT&amp;navbarType=BLUE&amp;layoutType=CLASSIC&amp;homepageUrl=http%3A%2F%2Fchowcrave.blogspot.com%2F&amp;blogLocale=en_US&amp;searchRoot=http%3A%2F%2Fchowcrave.blogspot.com%2Fsearch" marginwidth="0" marginheight="0" scrolling="no" frameborder="0" height="30px" width="100%" id="navbar-iframe" title="Blogger Navigation and Search"></iframe> <div></div>

16.5.08

มะเขือม่วงย่างมิโสะ ~ Nasu Dengaku

ยังงง ฉันยังไม่ตายยยย... หายหัวไม่บล็อกไปนานข้ามปี ยังค่ะ ยังไม่เลิกเขียน เพียงแต่ชีวิตช่วงที่ผ่านมามีเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ต้องทำ พอมีเวลาว่างๆก็อยากอยู่เฉยๆไม่มีอารมณ์เขียนไปเสียอย่างนั้น อีกอย่างคือ อยากย้ายบล็อกเปลี่ยนไปใช้ Wordpress บนโฮสของตัวเอง ก็ยังไม่มีเวลาไปจัดที่ทางให้สวยงามพร้อมเพรียงสักที ฮีกเหิมจะทำขึ้นมาที ก็ติว่าเครื่องคอมอืด.. เสร็จแล้วก็จะหันไปพยายามอัพคอมต่อ ทีนี้ก็ยาวเลยสิคะ ข้าวของบน harddrive เพียบ ต้องมานั่งเบิร์นลงแผ่น ทำไปได้สักพักก็หมดแรงฮึด เห็นอันว่า ที่ว่าจะเขียนบล็อกก็เป็นอันไม่ได้ต้องเริ่มสักที จนวันนี้นี่แหละได้คิด หรือจริงๆแล้วไม่คิดมากกว่า อยากเขียนเขียนไปก่อนเลย ไม่งั้นคงไม่ได้เขียนสักที

สูตรที่จะนำเสนอวันนี้ดัดแปลงมาจากสูตร Nasu Dengaku ของ Fat-free Vegan Kitchen ค่ะ เจ้ามะเขือม่วงย่างมิโสะนี่บุกได้ไปกินตอนไปนิวหยอก ทริปนั้นตั้งใจจะไปหาร้านแนว Izakaya อย่างที่เคยไปกินที่ซานฟราน (ร้าน Tanto -- สำหรับคนที่สนใจ) กินชดเชยที่แถวบ้านขาดแคลน ไม่ประทับใจร้านที่ได้ไปเท่าไหร่ (คิดว่าคงเลือกร้านผิด) แต่ถูกใจเมนูนี้ที่ร้านนึงที่ไปกิน กลับมาบ้านก็ไม่พลาดลองทำกินเองอยู่แล้ว ดูหน้าตาไม่น่ายาก Nasku Dengaku (very non-authentic version)

สำหรับส่วนผสมซอสมิโสะ สัดส่วนก็ตามในสูตรต้นตำรับหมดเลย ยกเว้นว่าบุกใช้มิโสะสองชนิดคือ shiro miso และ aka miso ผสมกัน เพราะบุกชอบรสมากกว่า shiro miso เพียว สัดส่วนลองครึ่งต่อครึ่งดูก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าชอบรสเข้มข้นขึ้นก็ค่อยเพิ่มส่วน aka miso ทีหลัง ส่วน agave nectar ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ corn syrup, malt syrup, หรือน้ำตาลทรายก็ได้ค่ะ ถ้าใช้อย่างอื่นแทนก็ต้องค่อยๆลองใส่ลองชิมไปให้ได้หวานอย่างที่ต้องการนะคะ

สำหรับวิธีทำนั้นบุกทำแตกต่างไปจากในสูตรเพราะว่าใช้ตะแกรงปิ้งบนเตาทำ ไม่ได้ใช้เตาอบ หน้าตาตะแกรงปิ้งทำนองข้างล่างนี่ค่ะ ของบุกจะเล็กกว่านี้และมีด้ามถือ เป็นตะแกรงย่างที่บุกซื้อมาจากร้านขายกับข้าวญี่ปุ่น ใช้สะดวกดีค่ะ ราคาไม่กี่เหรียญ (ไม่ถึงสามเหรียญเลยมั้งถ้าจำไม่ผิด เพราะอันเล็กกว่าและกิ๊กก๊อกกว่าที่เห็นในรูป)
ภาพจาก eKitron.com

ใช้ตะแกรงย่างอย่างนี้มันได้หอมควันดีค่ะ แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ควัน...! เตรียมเปิดหน้าต่าง เปิดพัดลมอะไรกันไว้ให้ดีด้วยนะคะ :P

หลังจากหั่นมะเขือ ทาน้ำมันงาเรียบร้อย ก็ตั้งตะแกรงบนไฟ เปิดไฟรอ พอเอามืออังเหนือตะแกรงเริ่มร้อนๆ ก็เอามะเขือที่เตรียมไว้ลงไปย่างเลยค่ะ เอาด้านเนื้อขาวๆลงก่อนนะคะ ทิ้งไว้จนเริ่มเกรียมดูดี (ไม่ใช่ไหม้ดำปี๋) ก็ค่อยกลับเอาด้านเปลือกลง ขอแนะนำให้ใช้ที่คีบช่วยในการกลับ สะดวกและถนัดมือกว่าอย่างอื่นมากค่ะ พอกลับด้านเสร็จหมดแล้ว ก็ค่อยๆไล่ทาซอสมิโสะบนมะเขือค่ะ รอให้ด้านเปลือกเกรียมอีกด้านก็ใช้ได้ สังเกตว่ามันจะนิ่มๆเวลาหนีบนะคะ อันนี้แสดงว่าสุกแล้ว บางทีจะเห็นซอสมิโสะที่ทาไว้เหมือนเดือดปุดๆด้วยเพราะไอน้ำจากเนื้อมะเขือเริ่มระเหย ยกขึ้นเสิร์ฟโลด

12.9.07

Bokchoi ทอดน้ำมันหอย

วันนี้ได้ฤกษ์สะบัดขนหลังมาเขียนบล็อกอาหารเสียที ขอขอบคุณน้อง(ดัน)พริม ณ ซานต้าฯ ที่ช่วยให้โพสนี้ที่ดองไว้นานเขียนเสร็จจนได้ มาเข้าเรื่องจานง่ายมีประโยชน์ที่จะนำเสนอวันนี้ซึ่งก็ได้แก่ Bok Choi (หรือ Bok Choy) ทอดน้ำมันหอยค่ะ ความที่ตัวเองไม่เคยกินผักและมาเริ่มทำเอาหารเอาตอนมาอยู่ต่างแดนเสียแล้ว เลยไม่ทราบเหมือนกันว่า Bok Choi ภาษาไทยเรียกว่าอะไร ค้นหาดูไปเจอเว็บหนึ่งเรียกว่า คะน้าฮ่องกง ยังไงถ้ามีท่านใดทราบช่วยกรุณาทิ้งข้อความไว้ให้เป็นวิทยาทานด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ Bokchoi with (vegetarian) oyster oil & garlic วิธีทำ

  1. ก่อนอื่นก็นำ Bok Choi มาผ่าครึ่งตามยาว หรือผ่าสี่ถ้าต้นใหญ่มากๆ ตัดแต่งโดยตัดปลายๆใบที่ไม่สวยออกออก ถ้าไม่ชอบใบ ก็ตัดใบออกเกือบหมดเลยก็ได้ เหลือเฉพาะใกล้ๆโคน เสร็จแล้วนำไปล้างให้สะอาด เพราะมันจะชอบมีเศษดินเศษทรายติดๆ จากนั้นก็วางคว่ำ (ด้านที่เราผ่า -- ด้านในของต้น -- วางลง) บน paper towel ให้แห้ง
  2. ฝานกระเทียมเป็นชิ้นบางๆ (ไม่ชอบกระเทียม ไม่ต้องใส่) สัก 2-3 กลีบ หรือมากกว่า อันนี้ก็ตามชอบค่ะ
  3. พอผักแห้งพอใช้ได้ (ไม่ต้องวางรอนานนะ เอาแค่มันไม่ชุ่มน้ำก็พอ) ก็ตั้งกระทะแบนๆ เทน้ำมันลงไป สัก 2-3 ช้อนโต๊ะได้ (สำหรับสี่ต้น ผ่าครึ่งหรือผ่าสี่ ประมาณสามารถวางเรียงกันในกระทะได้ไม่ล้น ไม่แออัดไป) พอน้ำมันร้อน เริ่มมีคลื่นๆ ก็เอาผักลงกระทะ เอาลงไปตอนแรกเนี่ย เทลงทีเดียวก็ได้ค่ะ แต่ระวังๆหน่อย พอน้ำมันหายฟู่ ก็เอาที่คีบ ค่อยๆคีบเรียงมันให้คว่ำบนกระทะให้เป็นระเบียบ เว้นระยะห่างกันเล็กน้อย เพื่อให้ความร้อนแทรกได้ทั่งถึง พอด้านนึงเกรียมน่ากิน ก็พลิกกลับ ด้านที่ลงไปเจอกระทะตอนแรกนี่จะเกรียมเร็วกว่าด้านสองที่พลิก เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งเดินไปดูอะไรตอนนี้นะคะ เดี๋ยวไหม้เกินน่ากินไปซะ
  4. พอพลิกแล้ว ทีนี้ก็เหยาะเกลือ (ไม่ต้องเยอะ) เหยาะพริกไทยป่น โรยน้ำมันหอยจิ๊ดเดียว ตรงนี้ให้นึกภาพเชฟถือขวดน้ำซอสตกแต่งอาหารตวัดมือฉวัดเฉวียนไปมา ฟิ้วๆๆๆ เอาแค่พองามให้แต่ละต้นมีรสน้ำมันหอยบ้างนะคะ ไม่ต้องถึงกับเคลือบผักทั้งต้นได้ จะเค็มไป เพราะเราปรุงรสไปด้วยเกลือแล้วก่อนหน้านี้
  5. ถ้ากระทะร้อนมาก จังหวะนี้ ใส่น้ำลงไปนิด ให้มันช่วยลดความร้อนโดยตรงจากกระทะ แต่ก็ไอน้ำที่ระเหยขึ้นมาก็จะยังให้ความร้อนต่อผักอยู่ ค่อยๆพลิกๆไปมา ให้มันเกรียมสวยงามค่อนข้างทั่วก็ใช้ได้แล้ว ก่อนเอาขึ้นเอากระเทียมลงไปคลุกๆๆ แล้วค่อยเอาขึ้นค่ะ
เสร็จแล้ว ไม่ยากเลยจานนี้ ยังไงใช้น้ำมันหอยที่รสไม่เข้มข้นมากมาทำจะดีนะคะ แบบที่เอาราดคะน้าลวกกินได้นั่นล่ะค่ะ บุกชอบของ Wei-chuan ค่ะ wei-chuan-2

17.8.07

Amazon Friday Sales - Epicurean Cutting Board with Knife

ยังไม่ค่อยมีอารมณ์จะอัพบล็อกเรื่องอาหารเลย ขออัพเรื่องช้อปๆอุปกรณ์ทำอาหารไปก่อนละกันนะคะ สำหรับวันนี้ อเมซอนเอาของถูกใจมาลดราคาอีกแล้ว คราวนี้เป็นเขียงของ Epicurean ที่บุกชอบมากๆ เป็นบอร์ดเขียงที่ทนทาน ไม่เปื้อนง่าย ไม่มีกลิ่นตุๆเวลาใช้ไปนานๆ น้ำหนักเบา ไม่ทำให้มีดทื่อ เข้าเครื่องล้างจานได้อีกตะหาก อเมซอนเอามาจับคู่ขายกะมีด Kershaw และ Wüsthof ซึ่งทำให้ดีลนี้คุ้มมากๆเลยค่ะ เพราะแค่ราคามีดก็เกือบเท่าราคาขายรวมหรือเลยราคาขายรวมไปแล้วอีก ยังไม่รวมค่าบอร์ดเลย Epicurean Cutting Surfaces 23-by-11-Inch Recreation Cutting Board with Kershaw Folding Filet Knife ราคา $39.99 (ราคาบอร์ดขายเดี่ยวๆ $30.00 มีด $2x.xx) ชิปฟรี Epicurean Cutting Surfaces 15-by-11-Inch Natural Cutting Board with Wüsthof Gourmet 7-Inch Santoku Knife ราคา $59.99 (ปรกติ บอร์ดเปล่าๆ $2x.xx แล้ว มีดก็ $6x.xx) ชิปฟรีอีกเช่นกัน ถ้าหาซื้อเขียงซื้อมีดดีๆอยู่ก็ดีลนี้น่าสนใจมากค่ะ โดยเฉพาะอันหลัง เพราะมีดซันโทกุนี่น่าจะใช้งานได้หลากหลายกว่ามีดพับในดีลแรก

1.6.07

Amazon Friday Sale: KitchenAid Hand Mixer

ปรกติราคาเครื่องตีมือถืออันนี้จะอยู่ประมาณ สี่สิบ(เกือบห้าสิบ)ห้าสิบเหรียญขึ้นไป ราคาขายในร้านแบบไม่ลดก็เกือบร้อยหรือมากกว่า แต่วันนี้อเมซอนมาลดเหลือสามสิบห้าเหรียญ และชิปฟรี สนใจหาซื้ออยู่ควรรีบฉกฉวยค่ะ KitchenAid KHM9QOB Professional 9-Speed Handheld Mixer, Onyx Black นอกจากนี้แล้ววันนี้บุกยังไปเจอ KitchenAid KHB100OB Hand Blender ลดราคาอีกอัน ตอนนี้ราคา $22.99 แล้วยังมี $5.00 rebate อีก หักลบตบล้างแล้วเหลือ $17.99 ถูกแบบไม่เคยเห็นมาก่อน เจ้าเบลนเดอร์นี้ถ้าซื้อตัวเดียวไม่ชิปฟรีเพราะว่าราคาไม่ถึง $25 ตามกำหนด แต่ถ้าซื้อพร้อมตัวข้างบนหรืออื่นๆที่รวมแล้วชิปฟรีได้เพราะราคารวมถึง $25 ก็ได้ชิปฟรีค่ะ ถ้าไม่รู้จะซื้ออะไรดี ขอแนะนำให้ใช้บริการของ Spendfish.com ที่เรียกว่า Amazon Filler Item Finder เป็นบริการที่ให้เรากำหนดว่าต้องการหาสินค้าราคาไม่เกินเท่าไหร่ที่ eligible for free shipping จะได้เอาไปรวมกันกับของที่เราอยากได้จริงๆแล้วพอดีๆ ไม่เกิน $25 ไปมาก Happy Friday Shopping ค่ะ

Labels:

6.2.07

Orange Pudding Cupcakes with Chocolate Ganache

ช่วงนี้บุกอินเลิฟกับหนังสือ Vegan Cupcakes Take Over The World สุดๆ เท่าที่ลองทำไปสองสามสูตร ก็ง่ายๆทั้งนั้น ไม่ต้องใช้เครื่องตีขนม ตวงๆ ร่อนๆ คนๆ ตักหยอด อบ เสร็จละ! แถมเป็นสูตรไม่ต้องใช้เนยใช้ไข่ด้วย นับว่าดีต่อสุขภาพไม่น้อย (และไม่มาก .. แหม ขนมหวาน กินเข้าไปยังไงมันก็คงไม่ดีต่อร่างกายเท่าผัก แฮ่) เรียกว่า ถูกใจเอามากๆ จนต้องลุกขึ้นมาบอกต่อผ่านทางบล็อกเลยล่ะค่ะงานนี้
สูตรนึงจะทำคัพเค้กได้ประมาณ 12 อัน บุกหารครึ่งสูตร ทำทีนึงก็ 6 อัน แบ่งกันกินสองคนคนละ 3 ถ้วย (เปล่ากินฮวบเดียวสามถ้วยนะคะ ฮ่าๆ) กำลังดี พอหายอยากกินขนม
สำหรับสูตรที่ลองทำในรูปนี้คือ Orange Pudding Cupcakes with Chocolate Ganache เป็นเค้กส้มไส้พุดดิ้งรสส้ม โปะหน้าด้วยแยมส้ม (อย่าพึ่ง overdose ส้มกันนะคะ) และช็อคโกแล็ตกานาช ได้รสชาติส้มถึงใจมาก แถมได้หน้าช็อคโกแลตมาตัดรสกันให้ออกมาพอดี เพอเฟ็คโตะ ๆ

Orange Pudding Cupcake with Chocolate Ganache
Orange Pudding Cupcake with Chocolate Ganache - The Gut

เนื่องจากบุกมิใช่ Vegan ก็เลยไม่ได้ใช้นมถั่วเหลืองตามสูตรต้นฉบับ เพราะพอดีมีนมสดติดตู้เย็นอยู่ และอยากใช้ให้หมดๆก่อนมันจะหมดอายุเสีย แต่สูตรก่อนหน้านี้ที่ลอง ใช้นมถั่วเหลืองทำ ก็รสชาติดีนะคะ ไม่รู้สึกแปลกๆหรือแหม่งๆแต่อย่างใด Orange Pudding Cupcakes with Chocolate Ganache ดัดแปลงสัดส่วนจากสูตรต้นฉบับในหนังสือ Vegan Cupcakes Take Over The World ทำออกมาได้เค้ก 6 ถ้วย

พุดดิ้งส้ม

  • นมถั่วเหลือง (หรืออย่างกรณีไม่ห่วงเรื่อง Vegan ก็ใช้นมสดโลด) 1/4 ถ้วย กับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้มคั้น 1/4 ถ้วย (ก่อนคั้น เอาส้มไปล้างน้ำ เช็ดแห้ง แล้วขูดเอาผิวส้มก่อนนะคะ)
  • แป้งข้าวโพด, แป้งท้าวยายม่อม, หรือแป้งมัน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
  • วานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • ขมิ้นผง (ใส่เอาสี ไม่ใส่ก็ได้ค่ะ) 1/16 ช้อนชา (หยิบปลายนิ้วจิ๊ดนึงดีดลงไป ไม่ต้องตวงก็ได้ค่ะ แฮ่)
  • ผิวส้มขูดฝอย (orange zest) 1/2 ช้อนชา
ผสมส่วนผสมทุกอย่างยกเว้นผิวส้มลงในหม้อ ตั้งไฟปานกลาง คนเป็นระยะๆ พอสักแป๊บ ไอน้ำเริ่มขึ้น ก็ลดความร้อนลงเป็นต่ำ แล้วคนไปเรื่อยๆจนได้เนื้อข้นเหมือนพุดดิ้ง (4-5 นาที) ปิดไฟ ยกลงจากเตา เทใส่ภาชนะทนความร้อน พัก 10 นาทีก่อนคลุมด้วยพลาสติกเข้าตู้เย็น

เค้กส้ม

  • น้ำมัน 1/6 ถ้วย (ครึ่งหนึ่งของ 1/3 ถ้วย กะๆเอาได้ค่ะ)
  • น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยกับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
  • นมถั่วเหลือง 1/4 ถ้วยกับอีก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้มคั้น 1/4 ถ้วย
  • วานิลลา 1/2 ช้อนชา
  • แป้งอเนกประสงค์ 1/2 + 1/6 ถ้วย
  • ผงฟู 1/2 ช้อนชา
  • เบ้กกิ้ง โซดา 1/2 ช้อนชา
  • เกลือ 1/8 ช้อนชา
  • ผิวส้มขูดฝอย (orange zest) 1/2 ช้อนชา
ตั้งเตาไว้ที่ 350F จากนั้น ผสมส่วนผสมเหลว (น้ำมัน, นม, น้ำส้มคั้น, วานิลลา) กับน้ำตาลทราย และแป้ง 1 ช้อนโต๊ะ (ตักจากแป้งที่ตวงไว้) เข้าด้วยกัน พอเข้ากันดีแล้ว ก็ค่อยผสมส่วนผสมที่เหลือ (ยกเว้นผิวส้ม) ที่ร่อนไว้ก่อนหน้านี้ (แต่พึ่งมาบอกตอนนี้ หุๆ) ลงไปผสม คนให้เข้ากันดี จึงค่อยใส่ผิวส้มลงไปผสม ตักหยอดใส่พิมพ์คัพเค้ก อบ 20 นาทีหรือจนเสียบไม้จิ้มฟันลงไป แล้วไม่มีแป้งเหลวๆติดออกมา ก็เป็นอันใช้ได้

Chocolate Ganache

  • Semi-sweet chocolate 2 ออนซ์ สับละเอียด
  • นมถั่วเหลือง 2 ช้อตโต๊ะ
  • maple syrup / corn syrup 1 ช้อนโต๊ะ
เอาทุกอย่างใส่ชามไมโครเวฟ เวฟ 30 วินาที แล้วเอาออกมาคนให้เข้ากัน ถ้ายังมีช็อคไม่ยอมละลาย ก็เอากลับเข้าเวฟใหม่ ทีละ 15 วิ จนกว่าส่วนผสมทั้งหมดจะละลายเนียน เข้ากันเป็นเนื้อเดียว

วิธีประกอบเค้ก

ใช้นิ้วสะอาดๆของเรานี่ล่ะค่ะ จิ้มปุ้ก! ลงไปตรงกลางเค้ก แล้วก็กดๆไปรอบๆ ทำเป็นช่องสำหรับบีบไส้พุดดิ้งส้ม เสร็จแล้วก็เอาพุดดิ้งส้มใส่ถุงบีบ ถ้ามี pastry bag พร้อมหัวบีบเป็นการเป็นงานเลยก็นั่นเลยค่ะ แต่ถ้าไม่มี ก็ทำอย่างบุก ใช้ถุงซิปนี่แหละ ใส่พุดดิ้งแล้วก็ตัดปลายถุงด้านนึงออก บีบๆนวดๆพุดดิ้งไปรวมๆกันทางมุมถุงที่ตัดไว้ ใช้บีบไส้ได้เหมือนกัน หลังจากสอดไส้เรียบร้อยแล้ว ก็เอาแยมส้มมาทาผิวหน้าเค้กบางๆก่อน ก่อนจะหยอดหน้าช็อคโกแลตกานาชทับอีกที เสร็จแล้วก็แช่เย็นก่อนรับประทานสักชั่วโมงนึง ให้ช็อคแข็งตัว เรียบร้อย!

ลองสูตรนี้แล้วติดใจยังไง ก็ช่วยอุดหนุนหนังสือต้นฉบับเค้าด้วยนะคะ