มะเขือม่วงย่างมิโสะ ~ Nasu Dengaku
ยังงง ฉันยังไม่ตายยยย... หายหัวไม่บล็อกไปนานข้ามปี ยังค่ะ ยังไม่เลิกเขียน เพียงแต่ชีวิตช่วงที่ผ่านมามีเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ต้องทำ พอมีเวลาว่างๆก็อยากอยู่เฉยๆไม่มีอารมณ์เขียนไปเสียอย่างนั้น อีกอย่างคือ อยากย้ายบล็อกเปลี่ยนไปใช้ Wordpress บนโฮสของตัวเอง ก็ยังไม่มีเวลาไปจัดที่ทางให้สวยงามพร้อมเพรียงสักที ฮีกเหิมจะทำขึ้นมาที ก็ติว่าเครื่องคอมอืด.. เสร็จแล้วก็จะหันไปพยายามอัพคอมต่อ ทีนี้ก็ยาวเลยสิคะ ข้าวของบน harddrive เพียบ ต้องมานั่งเบิร์นลงแผ่น ทำไปได้สักพักก็หมดแรงฮึด เห็นอันว่า ที่ว่าจะเขียนบล็อกก็เป็นอันไม่ได้ต้องเริ่มสักที จนวันนี้นี่แหละได้คิด หรือจริงๆแล้วไม่คิดมากกว่า อยากเขียนเขียนไปก่อนเลย ไม่งั้นคงไม่ได้เขียนสักที
สูตรที่จะนำเสนอวันนี้ดัดแปลงมาจากสูตร Nasu Dengaku ของ Fat-free Vegan Kitchen ค่ะ เจ้ามะเขือม่วงย่างมิโสะนี่บุกได้ไปกินตอนไปนิวหยอก ทริปนั้นตั้งใจจะไปหาร้านแนว Izakaya อย่างที่เคยไปกินที่ซานฟราน (ร้าน Tanto -- สำหรับคนที่สนใจ) กินชดเชยที่แถวบ้านขาดแคลน ไม่ประทับใจร้านที่ได้ไปเท่าไหร่ (คิดว่าคงเลือกร้านผิด) แต่ถูกใจเมนูนี้ที่ร้านนึงที่ไปกิน กลับมาบ้านก็ไม่พลาดลองทำกินเองอยู่แล้ว ดูหน้าตาไม่น่ายาก
สำหรับส่วนผสมซอสมิโสะ สัดส่วนก็ตามในสูตรต้นตำรับหมดเลย ยกเว้นว่าบุกใช้มิโสะสองชนิดคือ shiro miso และ aka miso ผสมกัน เพราะบุกชอบรสมากกว่า shiro miso เพียว สัดส่วนลองครึ่งต่อครึ่งดูก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าชอบรสเข้มข้นขึ้นก็ค่อยเพิ่มส่วน aka miso ทีหลัง ส่วน agave nectar ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ corn syrup, malt syrup, หรือน้ำตาลทรายก็ได้ค่ะ ถ้าใช้อย่างอื่นแทนก็ต้องค่อยๆลองใส่ลองชิมไปให้ได้หวานอย่างที่ต้องการนะคะ
สำหรับวิธีทำนั้นบุกทำแตกต่างไปจากในสูตรเพราะว่าใช้ตะแกรงปิ้งบนเตาทำ ไม่ได้ใช้เตาอบ หน้าตาตะแกรงปิ้งทำนองข้างล่างนี่ค่ะ ของบุกจะเล็กกว่านี้และมีด้ามถือ เป็นตะแกรงย่างที่บุกซื้อมาจากร้านขายกับข้าวญี่ปุ่น ใช้สะดวกดีค่ะ ราคาไม่กี่เหรียญ (ไม่ถึงสามเหรียญเลยมั้งถ้าจำไม่ผิด เพราะอันเล็กกว่าและกิ๊กก๊อกกว่าที่เห็นในรูป)
ภาพจาก eKitron.com
ใช้ตะแกรงย่างอย่างนี้มันได้หอมควันดีค่ะ แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ควัน...! เตรียมเปิดหน้าต่าง เปิดพัดลมอะไรกันไว้ให้ดีด้วยนะคะ :P
หลังจากหั่นมะเขือ ทาน้ำมันงาเรียบร้อย ก็ตั้งตะแกรงบนไฟ เปิดไฟรอ พอเอามืออังเหนือตะแกรงเริ่มร้อนๆ ก็เอามะเขือที่เตรียมไว้ลงไปย่างเลยค่ะ เอาด้านเนื้อขาวๆลงก่อนนะคะ ทิ้งไว้จนเริ่มเกรียมดูดี (ไม่ใช่ไหม้ดำปี๋) ก็ค่อยกลับเอาด้านเปลือกลง ขอแนะนำให้ใช้ที่คีบช่วยในการกลับ สะดวกและถนัดมือกว่าอย่างอื่นมากค่ะ พอกลับด้านเสร็จหมดแล้ว ก็ค่อยๆไล่ทาซอสมิโสะบนมะเขือค่ะ รอให้ด้านเปลือกเกรียมอีกด้านก็ใช้ได้ สังเกตว่ามันจะนิ่มๆเวลาหนีบนะคะ อันนี้แสดงว่าสุกแล้ว บางทีจะเห็นซอสมิโสะที่ทาไว้เหมือนเดือดปุดๆด้วยเพราะไอน้ำจากเนื้อมะเขือเริ่มระเหย ยกขึ้นเสิร์ฟโลด









